นภาของเกาะ:ม่านฟันเฟืองสีน้ำเงิน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

นภาของเกาะ:ม่านฟันเฟืองสีน้ำเงิน

ตั้งหัวข้อ  oKilLoTao on Sat Mar 27, 2010 7:21 pm

หลังจากลงบทนำไปให้อ่าน อาจจะคิดว่าผมอู้อยู่ เกือบประมาณนั่นแหละครับ'l บวกกับสมองตันไประยะหนึ่ง ตอนนี้เรื่องมันยาวเกินไปเสียหน่อย ผมเลยต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน
Path 1 : Beginning
Path 2 : Battle Mode
Path 3 : Ending
ใน1ตอนอาจจะแบ่งเป็น2-3พาร์ และขอย้ำว่า ฟิคผมจบตอนหนึ่ง ผมต่อตอนใหม่ในกระทู้เดิม เพื่อไม่ให้รกบอร์ดเกินไป จนกว่าเรื่องจะจบถึงจะขึ้นกระทู้ใหม่เพื่อทำฟิคใหม่ เนื่องจากประสบปัญหากับเครื่องสแกน (OS ไม่รองรับ)เลยต้องมาฟิคฆ่าเวลา=[ ]=
อ้อ!! หากออริหรือลูกๆของใครลงอยู่ในฟิค ผมก็อภัยที่ไม่มีการแจ้งเรื่องนี้ล่วงหน้า=_=;;; ต้องเข้าใจหน่อยว่าผู้เขียนมันพิเรณเอง...
โอเคเพื่อไม่ให้เสียเวลา...

ตอนที่ 1 คิลโซว เมมเบอร์ออฟอันโนว์

Path 1 : Beginning

เกาะPet Island เป็นเกาะที่รวบรวมคนรักสัตว์เลี้ยงไว้มาที่นี้ ผู้คนล้วนมีสัตว์เลี้ยงเป็นมิตรแท้ที่ใกล้ชิด บางคนก็ไม่มีแต่ก็พอใจกับสภาพของเกาะตอนนี้ ลึกเข้าไปสู่เมืองหลวงของเกาะ มีร้านคาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่งตั้งไม่ใกล้ไม่ไกลจากย่านการค้าเสียเท่าไร ร้านคาเฟ่ธรรมดาแห่งนี้ซ่อนบรรดากลุ่มหนึ่งที่คอยดูแลความสงบของเกาะระดับสูงสุดเอาไว้เสียทั้งนั่น

“อ้าว! สวัสดีจ้ะ คอนจัง”อลิเซีย เจ้าของคาเฟ่ทักทายเด็กหญิงตัวน้อยด้วยรอยยิ้มไมตรี คอนยิ้มกว้างให้เจ้าของร้าน เสียงกระดิ่งติดผมสร้างเสียงให้กลุ่มคนที่อยู่ในร้านหันมาดู
“คอนจัง ทางนี้ค่ะ”ฮารุโบกมือบอกทางให้เด็กหญิง ผมสีชมพูของเด็กสาวส่องแสงแวววาวบอกได้เลยว่าวันนี้เธอสระผมมาแน่นอน คอนที่ลูบผมสีแดงอ่อนของเธอรีบวางมือไปที่โต๊ะทันที

“สวัสดีค่ะฮารุ ชิคิ”คอนทักทายเด็กสาวผมสีฟ้าหรือชิคิ ชิคิทักทายด้วยรอยยิ้มแล้วกลับไปอ่านหนังสือต่อ คอนจึงหันมาคุยกับฮารุ
“ฮารุมากินเค้กเหรอค่ะ?”ฮารุส่ายหน้า “เปล่าหรอกคอน มีคนจ้างวานขอร้องให้พวกเราช่วย”
เสียงกริ่งประตูดังขึ้นมา แขกคนต่อไปก็มาที่โต๊ะของสาวๆราวกับว่านัดไว้มาแล้ว ชายหนุ่มรูปงามผมสีทองอ่อน ดวงตาของเขาเวลาจ้องมองสาวๆล้วนเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเต็มดวงตา

“เอริคซัง!”คอนทักทาย เอริคยิ้มให้พร้อมทักทาย “เช่นกันครับ คอนจัง รวมทั้งฮารุกับชิคิจังด้วย สบายดีไหมครับ”
สามสาวพยักหน้า แน่นอนว่าชายหนุ่มรู้สึกดีแน่นอน ชุดน้ำชาก็เสริฟ์ด้วยมือเจ้าของร้านโดยตรง
“ขอบคุณครับคุณอลิเซีย ผมเกรงใจน้ำใจคุณจัง”เอริคพูดพลางมองอลิเซียที่เอาน้ำชามาวางบนโต๊ะทีละแก้วด้วยกิริยาที่สุภาพ คนเสริฟ์หันมามองเอริคก็ใช้รอยยิ้มแทนคำพูดว่า ไม่เป็นไรค่ะ

“ว่าแต่เอริค...เอสก้าหายไปไหนเหรอ”คอนถามเพราะเป็นห่วงพี่ชาย ส่วนชิคิกับฮารุก็พูดคุยกันเรื่องเสื้อผ้าประจำฤดูร้อนที่กำลังมาแรง
“เอสก้าเหรอ? เดี๋ยวก็มาเองครับ”เอริคยิ้มให้ ทำให้เด็กน้อยโล่งใจโดยถอนหายใจออกมา แต่คอนก็นึกออกถึงเรื่องที่ชิคิบอกเธอทันที
“เอริคซัง”
“ครับ”คนตอบหันมามองคอน
“ใครจ้างวานขอร้องพวกเรามาเหรอค่ะ?”เอริคสงสัยเล็กน้อยว่า คอนรู้เรื่องนี้จากชิคิรึเปล่า? ชิคิที่ถูกเอริคสบตาไปสักพักก็ยอมบอกแทน
“เรื่องนี่ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกน่ะ มีจดหมายวานขอร้องว่าจะเกิดเรื่องขึ้นในเกาะ เขาจะมาพบพวกเราวันนี้ นี้....”ชิคิหยิบจดหมายจากกระเป๋ากระโปรงยื่นให้เด็กหญิง คอนรับมันมาเปิดอ่านทันที

ถึง เหล่าผู้คนที่ปกป้องเกาะ Pet Island
ฉันกำลังจะกลับมาที่เกาะแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากที่ฉันหายไปนานฉันอยากรู้ว่าเกาะตอนนี้เป็นยังไงแล้วบ้าง ส่วนฉันก็สบายดีหลังจากออกไปจากเกาะแห่งนี้ ครั้งนี้ฉันจะกลับสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเธออย่างที่ฉันได้เผชิญพบมาเต็มๆ ความรู้สึกที่สดชื่นเมื่อเธอได้ล่องลอยบนท้องฟ้า แต่อาจจะไม่สดชื่นตลอดไป เมื่อฉันมา บางสิ่งที่ตามฉันมา มันจะมาหาเอาตัวฉันไป ฉันไม่อยากถูกพวกมันรบกวนอีก หวังว่าพวกเธอที่คอยดูแลเกาะคงช่วยฉันได้ แต่จะหาฉันเจอหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ยังไงพวกเธอรู้จักเกาะนี้ดีก็หาฉันไม่ยากหรอก มหาเขตอันยิ่งใหญ่นำสิ่งที่ไม่สมควรออกมาสู่โลกภายนอก เพียงว่าจะให้ฉันไปอยู่กับพวกเขา รีบตามหาฉันให้เจอ ฉันเกรงว่าเกาะของเธออยู่ไม่สุขแน่นอน ฉันคงอาจหมดหน้าที่ในการเฝ้ามองเกาะPet Islandแห่งนี้ให้ปลอดภัยแล้ว เตือนพวกเธอด้วยความหวังดี...
จาก Member of unknown

เมมเบอร์ออฟอันโนว์....คุ้นๆจังเลย เด็กหญิงทำหน้าสงสัย เธอเคยรู้จักชื่อนี้มาก่อน คอนพยายามนึกแล้วนึกอีกแต่ก็ไม่เป็นผลเด็กหญิงจึงถอนหายใจกับความทรงจำที่เลือนหายไป เอริคมองดูก็อดสงสัยไม่ได้กับกิริยาของคอน
“คอน รู้จักเจ้าของจดหมายด้วยเหรอ?”คนตอบส่ายหน้า “คอนไม่รู้ แต่คอนรู้จักชื่อนี้มาก่อน”

ชิคิกับฮารุที่คุยเสร็จก็เหลือบไปดูว่ามีใครมาอีกไหม เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นทันที
“อ้าว...อากิระกับฮาร์โมนิก้าเองเหรอ?”อลิเซียตกใจเล็กน้อยเมื่อแขกประจำมา เด็กหนุ่มนามว่าอากิระยิ้มไว้ ส่วนหญิงสาวครึ่งคนครึ่งแมวที่อยู่ข้างเด็กหนุ่มทักทายเจ้าของ “สวัสดีค่ะคุณอลิเซีย พอดีพวกเรามาตามคำขอร้องของคนในเกาะค่ะ”
ฮารุโบกบอกตำแหน่งของพวกเธอ ดวงตาสีเขียวมรกตเหลือบมาเห็นก็บอกฮาร์โมนิก้ากับอลิเซีย แล้วสองหนุ่มสาวก็มานั่งร่วมวงด้วย
“สวัสดีค่ะ อากิระซัง ฮาร์โมนิก้าซัง”คอนทักทาย แน่นอนทั้งสองตอบกลับด้วยรอยยิ้มแก่เด็กหญิง เธอเริ่มสงสัยบางอย่างทันที

“เมื่อไรเอสก้าจะมาสักทีน่ะ”หูแมวสีขาวของเธอตก ความรู้สึกเศร้าที่พี่ชายเธอไม่อยู่ทำให้คนอื่นเข้าใจดี อากิระหันมาถามชิคิทันที
“ว่าแต่...คิลโลต้าล่ะ?”ชิคิส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ เห็นเธอบอกว่ามีบางอย่างกำลังอาละวาดเลยต้องรีบออกจากเกาะไปดื้อๆ”
ทุกเสียงหันมามองคนพูดทันที “อาละวาด??”
ชิคิมองทุกคนก็ต้องถอนหายใจ เธอเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า อาละวาดที่คิลโลต้าว่า มันคืออะไร? แล้วทำไมต้องไปลุยเดี่ยวนี้สิ...


เหนือเกาะPet Island เป็นท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แต่ก็ยังมีลมแรงพัดอยู่ เหนือเมฆขึ้นไปเป็นแสงสีสันหลายหลากกำลังอวดสีสันประชันกับท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ร่างหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศโปรยเข็มไม่หยุดยั้งหวังจะให้อีกฝ่ายแพ้ให้เร็วๆ ลูกศรหลากสีสันจำนวนมากแตกกระจายเหมือนวงน้ำที่กระเพื่อม มาพร้อมกับลูกบอลขนาดใหญ่ที่ติดตามเธอ หญิงสาวรีบหลบทันทีไม่นั้นเธอจะตกจากท้องฟ้าพุ่งลงสู่เกาะเหมือนอุกกาบาทแน่นอน....

“เมื่อไรมันจะจบสักทีน่ะ”หญิงสาวบ่น เธอยังคงยิงเข็มต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งอยู่นานขึ้น ทั้งลูกศรและลูกบอลเริ่มเพิ่มจำนวนและความเร็วมากขึ้น จนเกือบหลบไม่ทัน
“ช่วยไม่ได้ละน่ะ ธันเดอร์วิซ ไม่สิ คิลโลต้า... เธอถนัดการโจมตีภาคพื้นอยู่แล้วนิ”เสียงเด็กหญิงตัวเล็ก....หรือนางฟ้าตัวเล็กส่งดังบอกมาด้วยความสะใจ คิลโลต้าเหงื่อตกเล็กน้อย มันน่าฆ่าจริงๆแต่เห็นว่าเคยอยู่ในมหาเขตมาก่อน เลยอยากแค่พากลับน่ะ หญิงสาวบ่นเธอรีบปัดผมสีดำของเธอไปอยู่ด้านหลัง แล้วคอยหลบสิ่งที่นางฟ้าตัวแสบต้องการให้เธอตกจากท้องฟ้าในสภาพย่อยยับ

“พลังชีวิตฉันมีตั้งสิบหลอด เธอทำไปเกือบครึ่งก็เป็นพวกชอบคลี่คลายเหตุการณ์วิปลาส”
“อย่าเอาฉันไม่เหมากับมิโกะขี้โกงนั่นเลย ฉันมาจากโลกอื่น อีกอย่างนี้มันคืนธรรมดาน่ะ ไม่ใช่คืนบ้าระห่ำหรือคืนพิเศษสักหน่อย อวดเก่งตามเดิม”
คำพูดของคิลโลต้าเล่นเอานางฟ้าตัวน้อยโกรธจัดเหมือนฟิวส์ที่ขาดไม่เป็นชิ้นดี เด็กน้อยรู้อีกทีเวทของเธอก็สลายเพราะหลอดชีวิตพังไปหนึ่งเท่ากับเธอเหลือเพียงสี่หลอด
“หนอย...ฝากไว้ก่อนเถอะ คิอิโระอิ โซว”นางฟ้าตัวนั่นก็บินหนีกลับไปตั้งหลักส่วนผู้ชนะมองแล้วก็ถอนหายใจพร้อมยิ้ม
“แค่จำชื่อฉันตั้งเยอะได้แบบนี้ ก็นับว่าไม่ใช่สมองนกแล้ว รีบกลับเกาะดีกว่า” คิลโลต้าบินดิ่งจากท้องฟ้ามุ่งสู่เกาะของเธอ

แต่ระหว่างดิ่งลงนั่น...

“เฮ้ย!!!ยังมีอีกเหรอ”ลูกศรจำนวนมากพุ่งตรงมาหาหญิงสาว เธอรีบเปิดอาวุธรองของเธอคือเข็มยิ่งกระหน่ำใส่เหล่ากลุ่มนางฟ้าตัวเล็ก (เล็กกว่าที่เธอสู้ตะกี้)เพื่อให้พวกมันหยุดยิงใส่เธอก่อนไปถึงเกาะ เธอรีบบินให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับถล่มพวกนี้ให้หมดเกลี้ยง เพราะถึงยังไงเมื่อคิลโลต้าบินผ่านไปพวกมันก็ไปแล้ว ฝ่าดงเมฆออกมา ดวงตาสีเหลืองจ้องมองเกาะPet Island ที่อยู่ไม่ไกล เกาะที่เธออาศัยอยู่ปัจจุบัน
แต่แล้วก็มีบางสิ่งเหมือนเป็นคลื่นความคิดกระทบสมองของเธอโดยตรง....

ป่านนี้เด็กคนนั่นเป็นยังไงบ้างแล้วน่ะ....หลังจากหลุดจากมหาเขตได้....

ความคิดของใคร? หญิงสาวสงสัยดวงตาสีน้ำตาลเหลือบไปเห็นขบวนรถไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศ เสียงฟันเฟืองดังอยู่ในสมองเธออ่อนๆ แต่คิลโลต้าก็รู้สึกถึงความรุนแรง แน่นอนว่าเจ้าของพลังรู้สึกถึงกระแสอ่อนของกาลเวลาที่ถูกควบคุมอย่างอิสระไม่ใกล้ไม่ไกล ดวงตาทั้งสองคู่จึงประจันหน้ากันทันที

ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองตาสีน้ำตาลที่กลายเป็นสีเหลืองอำพันอย่างรวดเร็ว การทักทายด้วยสายตาของทั้งสองทำให้ต่างฝ่ายรู้ว่าอีกฝ่ายพลังเท่าไรกัน เจ้าของตาสีน้ำเงินดึงผ้าคลุมหัวสีดำปิดหน้าตาทันที แล้วขบวนรถไฟก็จากคิลโลต้าไป หญิงสาวทำได้แต่กลืนน้ำลายตัวเองลงคอ เธอรู้สึกคลื่นไส้กับพลังของเด็กหนุ่มคนนั่นเอามาก ยังไงเราต้องรีบกลับไปที่คาเฟ่ก่อน คิลโลต้าคิดเสร็จก็บินกลับโดยใช้การ “แทรกเวลา”กลับถึงคาเฟ่อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ

“คิลโลต้าซัง!!”คอนวิ่งหาหญิงสาว แต่น่าเรียกหมาป่าสาวมากกว่า เพราะมีรูปร่างเป็นคนผิดแค่หูกับมีหางสีเงินแววาว ดวงตาสีเหลืองกลับเป็นสีน้ำตาลจ้องดวงตาสีดำกลมโตสุกใสของเด็กหญิงตัวน้อย คิลโลต้าย่อตัวยื่นมาลูบหัวคอนด้วยรอยยิ้มไมตรีให้
“เป็นยังไงบ้างคอน มาแต่เช้าเลยน่ะ กินอะไรรึยังละ?”
“ดื่นนมมาแก้วหนึ่งแล้วละค่ะ เร็วค่ะ”คอนดึงมือของคิลโลต้ามุ่งไปโต๊ะของพวกฮารุ คิลโลต้ายิ้มให้แต่ในใจเธอกระวนกระวายเรื่องเด็กหนุ่มในรถไฟนั่นมาก

รึว่าหมอนั่นเป็นโยวไค*...คิลโลต้าคิดในใจ เธอถอนหายใจแล้วนั่งข้างเอริค ชายหนุ่มเห็นอาการถอนของหญิงสาวจึงถามด้วยความเป็นห่วง

“คิลโลต้า เป็นอะไรรึเปล่าครับ”คนถูกถามสะดุ้งหันมามองชายหนุ่มแล้วก็ส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไรหรอก”
“สงสัยคงวิตกเรื่องนิโคไลละมั้ง เห็นไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยนิ”คำพูดของฮารุทำเอาคิลโลต้าตกใจไปพักใหญ่ แม้ไม่มีสีหน้าบอกว่าตกใจ แต่ในใจก็ช็อคที่สงสัยในเรื่องไม่อยากให้สงสัย หญิงสาวเลยตอบด้วยน้ำเสียงประชด
“นั่นสิน่ะ....ไปอยู่กับคนอื่นจนลืมเพื่อนแน่นอน.....”คำประชดของคิลโลต้าเล่นเอาเอริคเหงื่อตกเม็ดใหญ่ ฮารุก็สะดุ้งเพราะรู้ว่าตัวเองพูดผิดไป ชิคิกับอากิระและฮาร์โมนิก้าก็ปลงใจ มันอาจจะจริงที่นิโคไลติดงานหรือคิลโลต้ามีธุระ ทั้งสามคิด ส่วนคอนก็รอเก้อด้วยการดื่มนมเหมือนเดิม...

“จริงด้วยๆ”คอนนึกบางอย่างได้ออกมาจากความทรงจำของเธอ จึงถามทุกคน “มีใครรู้จักชื่อ Member of unknown ไหมค่ะ?”
ตอบของทุกคนคือส่ายหน้า ยกเว้นคิลโลต้าที่พอตอบได้บ้าง “พี่ว่าไม่ใช่ชื่อน่ะ มันเป็นสกุลมากกว่า น่าจะเป็นชื่อของคนในสังกัดครอบครัวพี่ แต่ก็ไม่แน่ใจอยู่แหละ”
“แบบนี้ค่อยหาตัวได้ง่ายถ้าเป็นคนในสังกัดครอบครัวเธอ”อากิระพูด คิลโลต้าพยักหน้า ฮาร์โมนิก้าถามทันที
“นี่คิลโลต้า...ครอบครัวเธอมีสังกัดด้วยเหรอ?”คนถูกถามก็ตอบให้
“ไม่เชิง...แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ารอให้เจ้าของจดหมายมาถึงดีกว่า”
“อันนี้ฉันเห็นด้วย”ชิคิพูดต่อ “เพราะเราเดาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้แน่นอน ในจดหมายบอกว่าตอนนี้เป็นคนนอกของเกาะ ถ้าคนในเกาะก็เป็นไปได้แค่กลุ่มปีกสีนิลกาล”
อากิระเสนอบางอย่าง “อาจจะจริง ฉันหวังว่าเจ้าของจดหมายน่าจะมาถึงวันนี้เพราะวันนี้มีขบวนรถไฟต่างโลกมาจอดที่นี้”คอนได้ยินก็รู้สึกดีใจทันที
“เย้ๆ จะมีแขกมาที่เกาะเรา...”ทุกคนมองดูคอนก็อดยิ้มไม่ได้กับน่ารักของเด็กหญิงตัวน้อย ส่วนคิลโลต้าก็นึกถึงความรู้สึกตอนพบกับเด็กหนุ่มแปลกหน้าติดตา ความรู้สึกของกลไกที่ทำงานกันอย่างสมดุล.... คิลโลต้าพยายามนึกว่าเป็นใคร แต่ก็หมดหวังจึงสลัดความคิดนี้ทิ้งออกไป หันมามองคุยเรื่อยเปื่อยกับเพื่อนๆ คอนเองก็สนุกสนานไปกับบทสนทนาที่รื่นหูของเธอ แต่ในใจของเด็กหญิงก็เป็นห่วงเอสก้าผู้เป็นพี่ชายของเธอไม่หาย

กึก...กึก.....กึก.... เสียงฟันเฟือง! คิลโลต้ากับคอนรู้สึกถึงเสียงของฟันเฟืองที่กำลังทำงานอยู่ในร่างกายของทั้งสองคน

มีอะไรบางอย่างบอกเรา... คิลโลต้าครุ่นคิด ฮาร์โมนิก้าเห็นสีหน้าวิตกของคนตรงหน้าจึงถามออกมา

“คิลโลต้า เป็นอะไรรึเปล่า?”คนถูกถามได้ก็ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร ส่วนคอนนั้นเริ่มปฏิกิริยาตอบสนองกับพลังประหลาดรุนแรงขึ้น...

เสียงของใคร?...เสียงฟันเฟืองแบบนี้คุ้นหูมากเลย เสียงของใคร?!! คอนถามหาเจ้าของเสียงฟันเฟืองในจิตใจ เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ออก มันทั้งมีความสุขและลึกลับผสมรวมกัน ความสุขเหมือนได้พบใครสักคนที่รออยู่ ความลึกลับของพลังที่แทรกเข้าร่างเธอชนิดไม่ทันได้ตั้งตัว...
คอน ...เธอจำเสียงของฉันได้ไหม คอน! ได้ยินเสียงของฉันไหม?!
ใคร?... คอนถามในจิตใจ เธอเกือบจะจำได้ว่าเสียงคุ้นๆนี้ เป็นของใคร....
เธอจำฉันไม่ได้สิน่ะ....ฮะๆ ไม่เป็นไรหรอกคอน มันนานแล้วที่พวกเราเจอกัน ประมาณปีกว่า รู้จักกันแค่เดือนเดียวเองฉันก็ไปซะแล้ว....เจอกันที่สถานีรถไฟต่างโลกสาขาเกาะPet Island เวลานี้น่ะ....อ้อ เธอต้องมาคนเดียว ฉันให้ประกันเลยว่าเธอจะปลอดภัยแน่นอนถ้ามาคนเดียว....

เครือ....เครือ....
“ดะ! เดี๋ยว”คอนตะโกนเรียกไม่ทัน บทสนทนาความคิดก็จบลงด้วยความสงสัย ทุกคนในร้านหันมามองเด็กหญิงที่ส่งเสียงตะโกน โดยเฉพาะคิลโลต้าที่ดูเหมือนจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับคอน...
“เป็นอะไรเหรอคอนจัง?”ฮารุถามเพราะเป็นห่วงเด็กหญิง คอนก็บอกแบบไม่อ้อมค้อม
“คือ...มีคนติดต่อทางจิตกับคอนค่ะ คอนคุ้นเสียงมากเลยค่ะ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเสียงใคร...เขาบอกว่าให้คอนไปเจอเขาที่สถานีรถไฟหลวงของเกาะนี้ (สถานีรถไฟต่างโลก สาขาเกาะPet Island) ตามเวลานี้...ค่ะ แล้วก็...ต้องให้คอนไปคนเดียว เขาบอกเลยว่าถ้าคอนไปคนเดียว คอนจะปลอดภัย”
“อืม....”ชิคิเริ่มคิดบางอย่างแล้วบอกทุกคน
“คนที่สามารถสร้างบทสนทนาความคิดจากนอกเกาะมาถึงตัวคอนได้โดยไม่สัญญารบกวนแบบนี้....ระดับเดียวกับเอริคหรือสูงกว่านี้....”ชิคิหันมามองเอริคกับคิลโลต้า แน่นอนว่าฝีมือของเอริคน่ากลัวผิดจากกิริยาที่สุภาพแบบนี้ ส่วนคิลโลต้า แค่ดูรังสีและบริวารติดตามบอกได้เลยว่ามีพลังจิตมากกว่าใครๆในเกาะนี้
สองหนุ่มสาวที่ถูกเล็งก็รู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อย เป็นความจริงที่ทั้งคู่มีพลังจิตที่สูง แต่นับแค่ในร้านเท่านั่น ถ้าในเกาะก็ยังมีคนฝีมือดีกว่าทั้งสองอีกไม่น้อย เอริคจึงหันไปกระซิบกับคิลโลต้าทางความคิด

คิลโลต้า พวกเราไม่ควรถูกเล็งแบบนี้รึเปล่าครับ?
มันไม่แปลกหรอก ทุกคนในเกาะรู้อยู่ว่า พวกเราทั้งสองคนมีพลังจิตสูง เพราะเห็นจากใช้เวทที่มีพลังมากกว่าของคนอื่น และโอกาสน้อยที่พวกเราทั้งคู่จะถูกสะกด ถูกเล็งมันก็ไม่แปลก
โอ้โห... เอริคอึ้งเล็กน้อยพร้อมยิ้มให้ สมแล้วที่เป็นคิลโลต้าซัง มีวิชาการดีจังเลยนะครับ
แหะๆไม่ถึงขนาดนั่นหรอก คิลโลต้าถ่อมตัวให้ชายหนุ่ม แต่ว่า...ยังมีคนอื่นที่เก่งกว่าฉันอีกแล้วกัน...

“คุยทางความคิดสิน่ะ”ชิคิพูดตัดความคิดของเอริค สองหนุ่มสาวถูกจับได้ก็ได้แต่ยิ้มให้ อากิระก็พูดทันที
“ยังไงเราควรใครสักคนติดตามคอนไปเงียบๆ....”ฮาร์โมนิก้าขัดขึ้นมาทันที
“แต่เจ้านายค่ะ แต่เขาบอกว่า ถ้าคอนไปคนเดียวคอนจะปลอดภัย”อากิระได้ยินเขาก็นึกขึ้นได้ แต่ถ้าหมอนั่นทำอะไรคอนละ....
“ฉันเห็นด้วยกับคำพูดของฮาร์โมนิก้าซังนะ”ชิคิสนับสนุนต่อ “การที่เขาส่งความคิดมาหาแต่คอน แสดงว่าเขาไว้ใจคอนมากๆ ไม่งั้นก็อาจส่งความคิดให้ทุกคนในโต๊ะนี้ ฉันว่าให้คอนไปด้วยตัวคนเดียวดีที่สุด”
“แต่ว่า...”ฮารุพูดแทรก “ฉันก็ไม่มั่นใจเขาเลย เขาเป็นใครมาจากไหน คอนก็จำไม่ได้ ฉันกลัวคอนจะเจออันตราย...”ฮารุนึกหาคนที่คอยแอบดูคอนให้ ในที่สุดเธอนึกออกได้ว่าเป็นใครดี
“เอริคซังค่ะ ให้เอสก้าแอบดูก็ได้นิค่ะ”คิลโลต้าค้านขึ้นมาทันที
“แบบนั่นก็ยิ่งไปกันใหญ่ คอนไปคนเดียวดีที่สุด....”
“แต่ว่า...”ฮารุจะพูดแย้งแต่คิลโลต้าก็แทรก “ฉันรู้ว่าพวกเราทุกคนเป็นห่วงคอน แต่ถ้าเกิดพวกเราไปทำลายคำพูดของหมอนั่นไป ความไว้วางใจที่หมอนั่นมีต่อคอนก็พังไม่เป็นชิ้นดี เขาก็มีสิทธิ์เป็นศัตรูกับพวกเราได้...”
“คิลโลต้าซังพูดถูก”ชิคิเห็นด้วยแล้วพูดต่อ “อีกอย่างเป็นไปได้ว่า เขาคนนั่นคือเจ้าของจดหมาย หรือ Member of Unknown คนที่ขอร้องให้พวกเราช่วยเหลืออยู่”

อากิระขยับแว่นตาพลางประมวลความคิดของทุกคน เขาเองก็เห็นด้วยชิคิและคิลโลต้าเพราะขืนคนที่ขอร้องต้องการพบคอนเห็นคอนผิดคำพูด กลายเป็นว่าฝ่ายพวกเขาได้ศัตรูเพิ่มมาอีกหนึ่ง แถมไม่ใช่ระดับธรรมดาเสียอีก แต่ถ้าปล่อยให้คอนไปคนเดียว หมอนั่นก็สิทธิ์ทำอะไรกับคอนก็ได้ เท่ากับว่าโอกาส 50 ต่อ 50 เลย

“อากิระ....”เด็กหนุ่มตกใจเล็กน้อยเมื่อมีคนเรียกหันไปสบตาสีน้ำตาลของคิลโลต้า โดยอาศัยการสื่อสารทางตาเพียงชั่วครู่
อากิระส่ายหน้าเล็กน้อย “ผมไม่เป็นไร....”
ทุกคนต่างเลือกไม่ถูกว่าจะเลือก เพราะมันได้ส่วนได้ส่วนเสียทั้งคู่ คอนมองดูก็รู้สึกกังวลตาม แล้วฉันจะทำยังไงกัน คอนคิดในใจ เมื่อห้วงความคิดของเด็กหญิงตัวน้อยว่างเปล่า ความทรงจำที่ขาดหายก็เริ่มปรากฏในสมองของคอน

มีครั้งหนึ่งคอนออกไปเก็บผลไม้ป่า แต่เธอเดินลึกเกินไปหน่อย ทำให้เธอหลงทางจำทางกลับไม่ได้ ก็คิดว่าจะหลงทางที่ตลอดไป แต่แล้ว.....เสียงฮัมเพลงก็ดัง....
เสียงฮัมเพลงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในป่า ที่เด็กหญิงตัวน้อยพบกับเขาเป็นครั้งแรก ป่าซึ่งไม่ไกลจากบ้านของคอนนัก เด็กหญิงใช้มือทั้งสองข้างล้วงเอาพุ่มไม้เพื่อเห็นหน้าเจ้าของเสียงฮัม
กลางป่าสีเขียว เด็กหนุ่มในชุดสีดำและขอบน้ำเงิน ตัดกับสภาพป่าเป็นจุดเด่นของภาพ ใบหน้าของเขาถูกผ้าคลุมหัวปิดเอาไว้ ผิวออกจากเทนขาวบ่งบอกว่าเคยเดินทางไปไหนมาไหนที่เกาะPet Islandมาแล้ว คอนประทับใจดวงตาของเด็กหนุ่มมาก ดวงตาสีน้ำเงินไม่เข้มไม่อ่อน แต่แฝงไปด้วยพลังบางอย่างที่เหมือนทำให้หุ่นยนต์มีชีวิต...กลไก?

เด็กหนุ่มหยุดฮัมเพลง เลื่อนใบหน้าหันมามองเด็กหญิงที่แอบมองราวกับรู้ว่าคอนแอบดูเขาอยู่

“เธอหลงทางเหรอ? ฉันไม่เคยเห็นเธอในป่านี้เลย”เขาถามเด็กหญิงตัวน้อย คนถูกถามก็ออกมาจากพุ่มไม้พร้อมพยักหน้า
“ใช่แล้วละ เธอเป็นใครเหรอ? ฉันไม่เคยเห็นเธอในเกาะ...หรือว่า...”คอนตกใจทันทีเมื่อเด็กหนุ่มตอยคำถามของเธอพร้อมส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้
“ใช่ฉันมาจากโลกอื่น ฉันได้ยินว่าเกาะนี้ เป็นแหล่งรวมคนรักสัตว์เลี้ยงและความรักระหว่างเจ้านายกับสัตวืเลี้ยง ไม่คิดเลยว่าจะมีที่สงบแบบนี้เลยมานั่งฮัมเพลงเล่น ดูเธอจะถูกใจเพลงที่ฉันฮัมสิน่ะ อยากฟังอีกไหมละ?”

“อื้ม!”คอนเดินไปหาเด็กหนุ่ม “ถ้าร้องได้คงจะดีเนอะ”เด็กหนุ่มได้ยิ้มก็ยิ้มกว้างให้ก็เริ่มร้องเพลงออกมา

บทสวดสู่สวรรค์ด้วยบทเพลง ขณะที่ลมของคุณสัมผัสเอ็นดูฉัน...

ส่งเหล่าสวดมนต์พวกนี้ขึ้นสู่แสงสว่าง ซึ่งนั่นมันช่วยทำให้ฉันมองเห็น

ค้นหาความทรงจำของฉัน ความทรงจำ ความทรงจำของฉันแก่เธอ แก่เธอ....


เขาร้องเพลงไปสามรอบ ทั้งสามรอบเด็กหญิงก็ตั้งใจฟัง เด็กหนุ่มเห็นว่าคอนตั้งใจฟังจึงสอนร้องให้...

“นึกว่าเธอกำลังสวดมนต์ในโบสถ์สิ”คอนลองนึกภาพเธออยู่ในโบสถ์ มือทั้งสองของเด็กหญิงก็กุมมือกันและกัน เด็กหนุ่มก็เริ่มร้องเพลงออกมาช้าๆเป็นจังหวะ...
ด้วยบรรยากาศในป่าลึกที่เงียบ จึงแต่เสียงร้องเพลงของเด็กหนุ่มและเด็กหญิง ที่ดังก้องไปทั่วป่า เสียงสองเสียงประสานกันเป็นบทร้องของบทสวดเหล่าแม่ชีในโบสถ์ที่ร้องเพลงให้แก่พระผู้เป็นเจ้า ทั้งสองร้องเพลงซ้ำไปมาราวกับว่าเป็นเพลงที่สนุกสนานและชวนอิ่มใจไปพร้อมกันเพราะรอยยิ้มของทั้งคู่เป็นหลักฐานชัดเจน

“อ๊า....ตะวันจะตกดินแล้ว”คอนสะดุ้งเหมือนเป็นว่าป่ารอบตัวเธอเริ่มมืดลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มจัดเหมือนผลส้มแคลิฟอร์เนีย เด็กหนุ่มมองเห็นสีหน้าวิตกของเด็กหญิงก็อดไม่ได้ที่จะช่วย
“เอ่อ....จะกลับบ้านแล้วใช่ไหม?”เด็กหญิงได้ยินก็หันมาพยักหน้า เด็กหนุ่มเดินมาหาคอน นิ้วชี้ของเขาแตะหน้าผากของเด็กหญิงแล้วค่อยๆใช้นิ้วที่เหลือมาแตะด้วย เสียงฟันเฟืองก็ดังในหัวของคอน เธอตกใจเล็กน้อยว่าทำไมถึงมีเสียงนี้อยู่ในหัวของเธอ อาจเป็นเพราะเวทมนตร์ของเขาก็ได้ คอนคิดในใจปล่อยให้เด็กหนุ่มร่ายเวทไป
“เอาละ เสร็จแล้วละ”คอนสังสัยทันทีว่ามันเสร็จตรงไหนเลยถามออกไปไม่รีรอ “ดูไม่เหมือนจะเสร็จเลยนะค่ะ”
เด็กหนุ่มได้ยินก็ขำเล็กน้อย แล้วชี้ไปที่คอน “ข้างหลังเธอต่างหากที่เสร็จแล้ว”เด็กหญิงได้ยินก็รีบหันไปมองก็เบิกดวงตาสีดำของเธอ

หิงห้อยสีน้ำเงินส่องแสงเป็นทางออกจากป่าให้เธอ คอนรีบหันมาโค้งแทนคำว่าขอบคุณแล้วก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นสีหน้าเศร้าเล็กน้อย

“แล้วจะได้เจอกันไหม....”
เด็กหนุ่มยิ้มให้พร้อมบอกคำตอบ “แน่นอนสิ เธอมาหาฉันได้ทุกเวลา ตราบใดที่แสงของหิ่งห้อยนำทางนี้ยังส่องแสงอยู่ ฉันก็จะอยู่ที่นี้เสมอ มีแต่เธอเท่านั่นที่มองเห็นหิ่งห้อยพวกนี้....”
“เย้ งั้นฉันจะมาหาเธอให้ทุกวันเลยน่ะ!!”คอนตอบรับเด็กหนุ่มแล้วออกทางป่าไปโดยมีแสงของหิ่งห้อยสีน้ำเงินของเขาสร้างไว้ให้ เสียงร้องของเด็กหนุ่มยังอยู่ในหัวของเด็กหญิง มันอาจเป็นบทสวดที่เพราะที่สุดของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มมองร่างของคอนลับตาไป แววตาก็เศร้าลงขึ้นมา

ไม่ว่าใครๆ....จะไปเห็นคุณค่าของฉันได้ยังไง...เธอมาเพราะสนใจเพลงที่ฉันร้องมากกว่าตัวฉัน....

เสียงสะอึกสะอื้นของเด็กหนุ่มที่ไม่มีคราบน้ำตาดังออกมาเบาๆดวงตะวันก็ลับตาไป ป่าสีเขียวกลายเป็นสีดำมืด แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องผืนป่าไม่ให้ไร้แสง ร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งกอดเข่าสะอึกสะอื้นเงียบกลางป่าสีน้ำเงินแสนเศร้า มีเพียงดวงจันทร์เท่านั่นที่เป็นเพื่อนให้ในกลางคืน....

แม้กระทั่งดวงจันทร์ยังไร้ดาวเป็นเพื่อน คนอย่างเขาจะไปมีเพื่อนได้ยังไง...

เช้าวันรุ่งขึ้น คอนเห็นว่าวันนี้ว่างมากจึงไปหาเด็กหนุ่มที่ป่าอีกครั้ง....
“คอน...เธอจะไปไหน?”ชายหนุ่มผมสีทองสั้นถาม หูหมาป่าสีดำกระดกด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาสีมรกตจ้องมองตาสีดำกลมโตของเด็กหญิง ถุงมือแมวสีขาวก็เกาะแขนผิวสีน้ำผึ้งของชายหนุ่ม
“คอนจะไปหาผลไม้ป่า เอสก้าไปด้วยกันไหมล่ะ”แววตาสดใสของเด็กหญิงทำให้เอสก้าต้องยอมแพ้เพราะน่ารัก (มั้ง)
“ไปสิ”คอนได้ยินก็รีบพาเอสก้าไปภูเขาที่เธอเจอเด็กหนุ่มลึกลับ เด็กหญิงมองหาหิ่งห้อยสีน้ำเงินส่วนชายหนุ่มก็มองคอนด้วยความสงสัย
“มองอะไรเหรอ?”คอนหันมาตอบง่ายๆ
“หิ่งห้อยของคนคนนั่น....เจอแล้ว”เด็กหญิงดึงแขนของเอสก้าไปที่กลุ่มหิ่งห้อยสีน้ำเงินที่ส่องแสง เอสก้าตกใจว่าทำไมมีหิ่งห้อยสีสันประหลาดอยู่ที่ภูเขานี้แถมคอนยังไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย เขาจึงไปตามคอนแบบกล้าๆกลัวปนกัน

ตลอดทางเดินของทั้งสองตน มีแต่ป่าอยู่รอบตัว ทางเดินแต่ละทางก็ลำบากใช่ได้ มีก้อนหินติดตะไคร่ ลำธารสายเล็กๆทำให้คอนลื่นบ้างแต่ก็มีเอสก้าคอยพยุงให้ เสียงนกร้อง บรรยากาศสีเขียวที่มีแสงแดดส่องทำให้ทั้งคู่ผ่อนคลาย แต่ตลอดทางก็มีหิ่งห้อยส่องแสงสีน้ำเงินนำทางให้ทั้งสองคน ทุกทางเดิมไม่ได้เงียบเหงา มีเสียงนกร้องสลับเสียงสัตว์บางตัว

“คอน แน่ใจเหรอว่าเขาอยู่ในนั่น”คอนพยักหน้าแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองเอสก้า
“แน่นอนสิเอสก้า เขาเป็นคนบอกเองว่า ถ้าหิ่งห้อนนี้ยังส่องแสงอยู่ เขาก็จะอยู่ที่นี้...หืม?”เด็กหญิงใช้มือบังแสงจากด้านหน้าเพื่อพยายามมองแสงตรงหน้าเธอ โพรงขนาดกลางส่องแสงสีน้ำเงินเช่นเดียวกับสีของหิ่งห้อยคอยนำทางให้พวกเธอ เมื่อคอนแน่ใจว่าข้างหน้าคือเด็กหนุ่มคนเมื่อวาน เธอให้เอสก้าอยู่นิ่งๆอย่างส่งเสียง เด็กหญิงจึงเริ่มร้องเพลงบทสวดที่เด็กหนุ่มลึกลับให้ไป

“บทสวดสู่สวรรค์ด้วยบทเพลง ขณะที่ลมของคุณสัมผัสเอ็นดูฉัน...”
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา คอนก็ไม่ละความพยายามก็ร้องต่อไปให้ดังขึ้น สงสัยเขาคงไม่ได้ยิน คอนคิดในใจ

“ส่งเหล่าสวดมนต์พวกนี้ขึ้นสู่แสงสว่าง ซึ่งนั่นมันช่วยทำให้ฉันมองเห็น”
“ค้นหาความทรงจำของฉัน ความทรงจำ ความทรงจำของฉันแก่เธอ แก่เธอ....”

เอสก้าได้ยินเสียงตอบกลับบทสวดของคอนก็รีบจึงคอนมาอยู่ใกล้ๆตัวเองเผื่อเกิดอันตราย คอนตกใจจึงมาถามชายหนุ่ม
“เอสก้า เป็นอะไรไปเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก”คอนดึงมือของเอสก้าออกจากเอวเธอแล้วก็ดึงไปที่โพรงสีน้ำเงิน
“ไปกันเถอะเอสก้า เขาจะรอแย่นะ นะ”เด็กหญิงพยายามดึงแขนที่แข็งแรงของชายหนุ่มเพราะเป็นห่วงเด็กหนุ่มในโพรง แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของคอนทำให้เอสก้ายอมแพ้ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ.....”
ทั้งสองเดินไปสู่โพรงสีน้ำเงินด้วยจิตใจที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่คอนเอยถึง หากคิดว่าคนเราจะเผชิญอะไรสักอย่าง จะกล้าหรือกลัว ตัวเราตัดสินได้ เลือกจะรู้เพราะกล้า เลือกจะเลี่ยงเพราะกลัว เหมือนที่ทั้งสองเลือกที่จะกล้าเพื่อต้องการจะรู้ว่าในโพรงสีน้ำเงินนั่นคืออะไร

...........ป่าไม้สีเขียวชอุ่มยังคงมีแสงแดดส่องฉายให้แสงสว่างและพลังแก่ป่า ลำธารน้ำใสส่งเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ณ ก้อนหินก้อนใหญ่ที่สุดในก้อนหินริมลำธารของป่าตรงนี้ เด็กหนุ่มผิวขาวในชุดทะมัดทะแมงและเรียบง่ายสีดำขอบน้ำเงิน เมื่อเด็กหนุ่มเห็นว่ามีแขกมาเยือน ดวงตาสีน้ำเงินที่ไม่เข้มหรือ่อนเกินไปของตวัดมามองดวงตาสีดำกลมโตกับสีเขียวมรกตคมเรียว เขาตกใจทันทีเมื่อเห็นคอน

“เธอกลับมาที่นี้.....”เขาอึ้งจนพูดไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่าเด็กหญิงคนนี้จะกลับมาหาเขา เขารู้สึกดีใจมากๆที่มีใครสักคนมาหาเขา แต่เขาก็แปลกใจว่าชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังเด็กหญิงผมสีแดงอ่อน (อาจจะเรียกว่าชมพูก็ได้)
“คุณเป็น...มนุษย์หมาป่าสิน่ะครับ”เขาถามเอสก้าด้วยน้ำเสียงสุภาพและรอยยิ้มแสดงความเป็นมิตร แต่เอสก้าก็ไม่ตอบกลับเพราะทั้งกล้าและกลัวกับเด็กหนุ่มตรงหน้า ดวงตาสีมรกตของชายหนุ่ม มองเห็นรังสีสีน้ำเงินแผ่กระจายจากตัวเด็กหนุ่มไปรอบป่านี้ เสียงฟังเฟืองดังอยู่ในใจของเขา ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองเขาราวกับว่ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอสก้าตอนนี้ จนเสียงของคอนดังขึ้นมา

“เอสก้า เอสก้า เป็นอะไรไปเหรอ?”ชายหนุ่มหันมามองก็ส่ายหน้าเบาๆ แต่เด็กหนุ่มส่งเสียงขัดขึ้นมา
“คุณสับสนเพราะรังสีของผมใช่ไหมครับ?”เอสก้าพยักหน้า เด็กหนุ่มยิ้มก็พูดต่อ
“ผมต้องขอโทษจริงๆที่ทำให้คุณอึดอัด ผมไม่ได้ตั้งใจแผ่มันออกมา แต่ถ้าผมไม่แผ่ออกมามันก็ทำลายการยับยั้งชั่งใจของผม ผมเลยต้องมาอยู่ที่นี้เพราะพวกต้นไม้ของผู้หญิงคนนั่นดูดซับพลังให้....”
ผู้หญิง?”เอสก้าทวนคำพูดขึ้นมา เด็กหนุ่มสะดุ้งทันทีเพราะเขาไม่ได้เล่าเรื่องผู้หญิงที่ชวนให้เขาอยู่ที่นี้ เขาเลยต้องขอโทษชายหนุ่ม
“ผมขอโทษจริงๆ เรื่องของผู้หญิงคนนั่นยาวมากเลยนะครับ”คอนสะดุ้งกับคำว่า ผู้หญิง ของเด็กหนุ่มก็นึกออกแล้วเดินมาหาเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนก้อนหิน
“เธอหมายถึงคนที่พาเธอมาอยู่ที่นี้ใช่ไหม?”เด็กหนุ่มตอบ “ใช่ มีอะไรผิดสังเกตเหรอ?”คอนส่ายหน้า เธออยากทวนความทรงจำของเธอ เด็กหนุ่มคิดได้ว่าเขาพูดบางอย่าง
“อะเอ่อ....ความจริงเธออายุแค่14เองนะ ไม่น่าเรียกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ แหะๆ”
“อาว...น่าจะบอกตั้งแต่เมื่อวานนะคะ”คอนบอกเด็กหนุ่ม เขาก็ขอโทษเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มกว้างกับคิ้วที่หางตกลงมา เอสก้ามองดูคอนก็เห็นว่า เขาก็เป็นมิตรดี เห็นคอนชอบเขาเสียด้วย เอสก้าคิดในใจ คอนเขย่าแขนเด็กหนุ่มให้เขาหันมามองใบหน้าของเธอ

“เหวอ! ...มีอะไรเหรอ?”คอนยิ้มออกมา “ร้องเพลงนั่นกันเถอะ”
“เธอชอบมันมากเลยเหรอ?”เขาถาม เด็กหญิงพยักหน้าแล้วหันเป็นมองเอสก้า “เอสก้า เขานี้แหละที่สอนร้องบทสวดให้ เพราะมากเลยนะ นะ”เอสก้ายิ้มให้เด็กหญิง เขามองเด็กทั้งสองคนเริ่มร้องบทสวดออกมากลางป่าที่เหมือนเป็นเวทีให้พวกเขา

บทสวดสู่สวรรค์ด้วยบทเพลง ขณะที่ลมของคุณสัมผัสเอ็นดูฉัน...

ส่งเหล่าสวดมนต์พวกนี้ขึ้นสู่แสงสว่าง ซึ่งนั่นมันช่วยทำให้ฉันมองเห็น

ค้นหาความทรงจำของฉัน ความทรงจำ ความทรงจำของฉันแก่เธอ แก่เธอ....

ฉันมาจากนี้ได้แสนยาวไกล สูญเสียความหวังทุกๆความหวังที่จะพบคุณ....

แต่ฉันสาบาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อฉัน เธอไม่เคยจากจากหัวใจของฉัน....

ที่นี้มีความทรงจำแสนงดงาม

_________________
ซิกเก่า แต่ดิบเถื่อนXD

oKilLoTao
ผู้คุมกฎแห่งโทเอะ
ผู้คุมกฎแห่งโทเอะ

จำนวนข้อความ : 28
Join date : 28/06/2009
: 22
ที่อยู่ : ฟาร์มกลางป่าลึก

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นภาของเกาะ:ม่านฟันเฟืองสีน้ำเงิน

ตั้งหัวข้อ  oKilLoTao on Sat Mar 27, 2010 7:31 pm

ต่อเพิ่มอีก;;;;;

ตอนที่ 1 คิลโซว เมมเบอร์ออฟอันโนว์

Path 1-2 : Beginning



เด็กทั้งสองร้องบทสวดออกมาด้วยแรงปรารถนาแรงกล้าที่แผ่รังสีสีทองอร่ามออกมา รังสีสีทองอร่ามนี้แผ่นมาถึงเอสก้า ชายหนุ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นของบทสวด ผืนป่าก็รู้สึกเฉกเช่นเดียวกัน แน่นอนว่ากลิ่นของรังสีนี้อาจไปถึงใครบางคน

หลังจากจบบทเพลงไป เด็กหนุ่มบอกว่า เขาเองก็ไม่ได้เกิดที่นี้ มีคนให้เขาอาศัยอยู่ในป่านี้เพราะพลังที่แข็งแกร่งเกินไป คอนแนะนำตัวเองและแนะนำเอสก้า คอนบอกว่าเกาะPet Islandเป็นยังไง เมื่อตะวันตกดิน คอนและเอสก้ากลับ แน่นอนว่าเด็กหนุ่มก็ให้ผลไม้ป่าให้ทั้งสองก่อนไป

ทั้งสองคนมาหาเด็กหนุ่มคนนั่นทุกวัน เด็กหนุ่มเล่าเรื่องต่างๆที่เขาพบเห็นมาจากนอกเกาะ แน่นอนคอนเล่าเรื่องเกาะนี้และเหตุการณ์ที่เธอพบเจอกัน

ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี....แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย แสงของหิ่งห้อยเริ่มจางลง เด็กหนุ่มถามชื่อทั้งสองคนเพราะเห็นว่าทั้งคู่มาเขาบ่อยมาก แน่นอนว่าทั้งสองก็ตอบไป เพื่อเป็นมารยาทเขาก็บอกชื่อของเขา ทั้งสามก็ได้พูดคุยกันตามปกติ แต่เมื่อ 1 เดือนผ่านไปแล้ว...

หิ่งห้อยที่เคยส่องแสงน้ำเงินให้คอนกับเอสก้าไปพบเด็กหนุ่มไม่มีอีกแล้ว เป็นสัญญาแน่นอนว่าเด็กหนุ่มไปจากผืนป่าแห่งนี้แล้ว คอนอดคิดถึงรอยยิ้มของเด็กหนุ่มคนนั่นไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ได้บทเพลงสวดเป็นของขวัญลา


ชื่อเขา...... ใช่แล้ว... ใช่!!! ฉันจำได้แล้ว!! รอยยิ้มของคอนโผล่ออกมา เช่นเดียวกับเวลาที่คอนรอคอยมานาน

“เอสก้า มาแล้วเหรอ?”เอริคหันมาทักทายสัตว์เลี้ยงของเขา เด็กหญิงรีบกระโจนร่างใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาในร้านคาเฟ่ของอลิเซีย ดวงตาสีมรกตสบตากับตากลมโตสีดำ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของผู้ที่ถูกเรียกว่าพี่ชายก็ส่งให้คอน
“มาแล้วละ คอน....”
“มีอะไรเหรอเอสก้า”
“วันนี้ว่างรึเปล่า?”เด็กหญิงพยักหน้า ชายหนุ่มก็พูดต่อ “วันนี้ออกไปซื้อของกับฉันได้ไหม...?”
“อืม! …. ได้สิ”คอนยิ้มกว้างให้เอสก้าแล้วก็ไปหาเพื่อนที่โต๊ะ ขณะที่เอสก้ากำลังไปที่โต๊ะ เสียงโทรศัทพ์ก็ดัง ซึ่งเอริคก็หันมามอง เพิ่งเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าเหรอ? เอริคคิดในใจเหลือบไปมองคิลโลต้าที่คุยกับฮาร์โมนิก้าแบบถูกคอสุดๆ แน่นอนว่าคิลโลต้าตอบกลับทางจิตมา

สงสัยเอสก้าเหรอ?
ไม่นะครับ
อืมๆ...ก็ดีแล้วละท่านเอริค แต่ว่า...ฉันรู้สึกลางสังหรณ์แปลกๆ
เอ๋....ลางเหรอครับ?
ช่างเถอะ....

เอสก้าหยิบมือถือออกมา ชื่อที่โทรมาบอก.... Member of unknown…..แล้วก็รับสายคนโทรมาหาเขาทันที

“สวัสดี อยู่ไหนละนั่น?”เสียงเด็กหนุ่มโวยเล็กน้อยดังจากมือถือเข้าหูเอสก้าชนิดไม่เกรงใจเขา
“ อ๊า! เอสก้า...ฉันถึงสถานีแล้วละ แต่ว่าฉันต้องขึ้นรถไฟอีกรอบน่ะ แหะๆ”
“ทำไมละ?”คำตอบออกตะกุกตะกักเล็กน้อย
“อะ....เอ่อ...ต้องพานางฟ้าหลงทางกลับละน่ะ”
“แฟนเหรอ?”คำตอบกลับเป็นเสียงก่นด่าออกมาแทน
“ไม่ใช่เว้ยยยยยยย!!! ภูตจากโลกอื่นมาออกอาละวาดที่เกาะต่างหากเล่า ให้ตายสิ ดีหน่อยเป็นที่ที่ฉันรู้จัก ฉันต้องขึ้นรถไฟ กว่าจะกลับมาก็ มืดค่ำแล้ว ว่าแต่.....”เอสก้าตอบให้ทันที
“คอนสบายดี ฉันเพิ่งชวนออกไปซื้อของตะกี้”
“งั้นเหรอ? ฮะๆ ดีจังเลยน่ะที่เอสก้าจำฉันได้ เสียดายหน่อยที่คอนลืมฉันไปแล้ว นี้มันก็นาน 1 ปีแล้วที่ฉันจากพวกนายไป นายไม่โกรธฉัน”
“โกรธไปทำไมละ? ว่าแต่นายเองก็รีบจัดการธุระตัวเองให้เสร็จสิ ฉันจะเตรียมไปซื้อของกับคอน แค่นี้ละ”
“ครับๆ...เอสก้า ไปละ บาย”สายปลายทางตัดสายทันที เอสก้าเก็บมือถือแล้วเดินไปที่โต๊ะร่วมวง เอสก้าสังเกตเห็นคิลโลต้าเริ่มดมหาอะไรสักอย่าง

“ได้กลิ่นอะไรเหรอ”หมาป่าสาวหันมาตอบโดยไม่มีคำว่าลังเลอยู่ในปากเลย
“กลิ่นสตอเบอรี่ พูดแล้วอยากไปซื้อสตอเบอรี่มาทำShortcake กินจัง...”กระดิ่งของคอนดังลั่นทันทีเมื่อคิลโลต้าพูดถึงขนมหวาน
“คิลโลต้าซังทำShortcake เป็นด้วยเหรอ”หญิงสาวหันมาโบกมือไปมา “อ่า ฮะๆ ฉันก็นานๆทีเท่านั่นแหละ กลัวอ้วนแหละน่ะ”
“รักษาสุขภาพและรูปร่างเพื่อนิโคไลเหรอคะ?”ฮาร์โมนิก้าถาม คนถูกถามสะดุ้งพร้อมออกอาการใบหน้าแดงระเรื่อ ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะดังของเพื่อนตามมา

บรรยากาศรื่นเริงในร้านก็จบลงด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เมื่อถึงบ่าย ต่างคนก็เริ่มแยกย้ายไป คอนไปเดินตลาดสดยามบ่ายกับเอสก้าและคิลโลต้า เหตุที่คิลโลต้ามาด้วยเพราะหาวัตถุดิบมาทำขนม คอนหันมาคุยกับคิลโลต้าเพราะกว่าหมาป่าสาวจะมาที่เกาะก็นานมาก

“คิลโลต้าซัง ครอบครัวเป็นยังไงบ้างค่ะ”
“ครอบครัวพี่น่ะเหรอ? อยู่กันอย่างมีความสุข ใช้ชีวิตสงบสบาย แต่ว่าตอนนี้คุณน้าถูกลักพาตัวไป”
“น้าของคิลโลต้าซัง?”
“อ่าฮะ”หญิงสาวเล่าต่อระหว่างที่ทั้งสามคนก็ดูของสดไปด้วย “น้าพี่เพิ่งเกิดได้ไม่นานก็ถูกดาวหางลักพาตัวไป คุณย่าเสียใจมากจนสลบเข้าไปในอาณาเขตแห่งฝันเพื่อพักผ่อนจิตใจ ทางพี่และพี่น้องพี่เลยต้องออกตามหาคุณน้า เพราะชีวิตคนในครอบครัวมันล้ำค่านะ”
“คิลโลต้า สตอเบอรี่เพิ่งเลยไปตะกี้นะ”เอสก้าเตือนหญิงสาว คิลโลต้าหันมาหัวเราะฝืดๆ แล้วหมาป่าสาวหันมาบอกสองตนที่เหลือ “ฉันเลือกซื้อของก่อนน่ะ พวกเธอทั้งสองก็ไปเลือกซื้อของกันเถอะแล้วค่อยมาเจอกันตอนเย็น”
“ค่ะ ไปกันเถอะเอสก้า”คอนดึงแขนแกร่งของชายหนุ่มมุ่งไปร้านขายของจุกจิกประสาสาวๆ เอสก้าก็โดยลากไปอย่างนั่น

“ยินดีต้อนรับค่ะ....”

สิ้นเสียงพนักงานต้อนรับ เด็กหญิงก็มุ่งไปที่ตุ๊กตารูปหมีสีขาวเพื่อดูมัน เอสก้ามองซ้ายขวา ไม่มีของที่เขารู้สึกถูกใจเลย ในร้านมีทั้งพวงกุญแจ ตุ๊กตาต่างๆ ร้านตกแต่งด้วยสีชมพูซึ่งล่อผู้หญิงได้ดีมากแต่คงไม่ใช่กับเอสก้าที่รู้สึกพะอืดพะอมแปลกๆ

“เอสก้าๆ คอนซื้อเจ้านี่น่ะ”เด็กหญิงยื่นตุ๊กตาหมีสีขาวตัวเล็กเท่าหัวเธอที่เล็งไว้มานาน เอสก้าหยิบกระเป๋าตังค์ที่คิลโลต้าให้มา จ่ายตังค์ซื้อตุ๊กตา ของขวัญที่คอนเตรียมไว้ก็เรียบร้อย แต่เตรียมไว้ในให้ใคร?
“เอสก้า ออกมาซื้อของกันทำไมเหรอ?”
เอสก้ายิ้ม “คอนยังจำเหตุการณ์เมื่อ1ปีก่อนได้ไหม? วันที่เธอร้องบทสวด....”คอนตกใจทันที
“เอสก้าจำได้เหรอ?!!”ชายหนุ่มพยักหน้า เขาหยิบมือถือโชว์เบอร์ล่าสุดที่โทรมาหาเขา “โทรหากันอีกด้วย?!”คอนตกใจมากจนเสียงของเธอดังลั่นไปทั่วร้าน เด็กหญิงเห็นว่าตัวเองส่งเสียงดังไปก็รีบออกจากร้าน ทั้งสองตนก็หันมาคุยเรื่องเด็กหนุ่มในอดีตระหว่างหาร้านที่น่าสนใจไป
“โทรหากันก็ไม่บอกคอนเลยนะ”คอนบอกพร้อมอมลมไว้ที่แก้ม เอสก้าอมเสียงหัวเราะเอาไว้เพราะมันน่ารักสำหรับเขา ชายหนุ่มก็ตอบกลับไป “เขาโทรมาหาเอง”
“จริงเหรอ?”
“ใช่ เขาโทรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“อืม...นี่ๆ”เด็กหญิงเรียกชายหนุ่ม เขาหันมามองคอนด้วยสีหน้าที่สงสัย
“คอนอยากร้องเพลงที่เขาให้มาจัง คอนจะร้องละน่ะ”เสียงมือถือของเอสก้าก็ดังขึ้นมาทันที เอสก้ารีบหยิบมารับสายโดยไม่รู้ว่าคนโทรมาหาเขาคือใคร?

“สวัสดีครับ”
“เอสก้า!!!!อย่าให้คอนร้องบทสวดนั่นเด็ดขาด ให้คอนหยุดร้องเดี๋ยวนี้เลย!!!!”เสียงของเด็กหนุ่มคนที่โทรมาหาเอสก้าตอนเช้าดังลั่นราวกับว่าสิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยทำนั่นเป็นอันตรายมาก เอสก้าจึงทำตามที่เด็กหนุ่มพูด แต่เด็กหญิงก็ร้องไปแล้ว....จนมาถึงครึ่งท่อน...


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
จบPath 1 ไปด้วยความลำบาก หากถามว่ามันยาวไปเท่าไร Word ขนาด 16 ของผมก็ประมาณ 17.2หน้า....เกือบ18หน้าละครับ
อาจนานถ้าผมจะมาต่อPath 2 เพราะงั้นก็อย่าได้คาดหวังอะไรมากน่ะครับที่นี้มีความทรงจำแสนงดงาม
*โยวไค ในเกมTouhou หมายถึง อมนุษย์ ปีศาจ
สาเหตุที่ใช้สีเพื่อทำเป็นHintของเรื่องเท่านั่นครับ ;w;
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ล่วงหน้า และขออภัย ผมไม่รู้ว่ามันจำกัดข้อความด้วย....'llll

_________________
ซิกเก่า แต่ดิบเถื่อนXD

oKilLoTao
ผู้คุมกฎแห่งโทเอะ
ผู้คุมกฎแห่งโทเอะ

จำนวนข้อความ : 28
Join date : 28/06/2009
: 22
ที่อยู่ : ฟาร์มกลางป่าลึก

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นภาของเกาะ:ม่านฟันเฟืองสีน้ำเงิน

ตั้งหัวข้อ  Eric_Kleinwails on Sat Mar 27, 2010 8:20 pm

งิ้งX3
คอมเมนท์ในเอ็มไปเรียบร้อยแล้ว

ตอนต่อไปก็ู้สู้ๆนะคะ รออ่านอยู่ Fight!! XD

_________________

ยังไงก็รักแฝดที่สุดXD

Eric_Kleinwails
กรรมการ CF
กรรมการ CF

จำนวนข้อความ : 124
Join date : 29/06/2009
: 24
ที่อยู่ : เขตุสงวนพันธุ์ฟุโจชิแห่งโทเอะ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ